สาหร่ายสไปรูลีน่า อาหารสำหรับศตวรรษหน้า
รศ.เยาวลักษณ์ อัมพรรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ให้ความเห็นในประเด็นนี้ว่า “เพราะสาหร่ายสไปรูลิน่า เป็นแหล่งอาหารที่ให้โปรตีนสูง เพาะเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว และเก็บเกี่ยวง่าย เราสามารถเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลิน่า แม้ในสถานที่เล็กๆ สาหร่ายก็จะขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ในระยะเวลาไม่นานก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ นั่นคงเป็นเหตุผลของความคาดหมาย ในการเป็นอาหารสำหรับยุคหน้า” สาหร่ายสไปรูลินาประกอบด้วยสารอาหารหลัก 49 ชนิดด้วยกัน เป็นที่ ยอมรับกันว่าสาหร่ายสไปรูลินาเป็นอาหารในอุดมคติที่ทำให้เกิด ความสมดุล เพราะ ประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นเกือบทุกอย่าง ท่านจะสามารถ รักษาสภาพสมดุลทางโภชนาการไว้ได้โดย การรับประทานสาหร่ายสไปรูลินาส่วนหนึ่งของอาหารประจำวันของท่าน ร่างกาย ผู้ใหญ่มีความต้องการโปรตีนอย่างต่ำประมาณวันละ 60-70 กรัม ในขณะที่เด็กๆ ที่กำลังเจริญเติบโตต้องการมากกว่านี้คือประมาณกว่า 80-90 กรัมต่อวัน สไปรูลินาจึงเหมาะที่จะเป็นอาหารเสริมในอุดมคติ เหตุผลสำคัญก็คือปริมาณโปรตีนที่มีอยู่มากในสาหร่ายสไปรูลินาถึง 70 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก ยิ่งไปกว่านั้น อาหารทุกชนิดที่กินเข้าไปจะต้องถูกดูดซึมโดยเซลล์ของทางเดินอาหาร ซึ่งสาหร่ายสไปรูลินามีอัตราการดูดซึมที่ดีเยี่ยมถึง 95% ทั้งนี้ก็เพราะสาหร่ายสไปรูลินาสาหร่ายหลายเซลล์ที่มีผนังเซลล์บางและถูกดูดซึมได้ง่าย ต่างจากคลเรลลาที่มีผนังเซลล์แข็งและหนายากแก่การย่อย
สาหร่ายเกลียวทอง เป็นสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว ขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น รูปทรงยาว เป็นเกลียวคล้ายสปริง อุดมด้วยโปรตีนในปริมาณสูง รวมทั้งวิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ มากมาย ได้แก่ วิตามินบี 1, วิตามินบี 2, วิตามิน บี3, วิตามิน บี5, วิตามิน บี6, วิตามิน บี12, อิโนซิทอล, กรดโฟลิก, ไบโอติน, แคลเซียม, แมกนีเซียม, ฟอสฟอรัส, เหล็ก, โซเดียม, โปตัสเซียม, คลอไรด์, แมงกานีส, สังกะสี”
ตารางการเปรียบเทียบกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายระหว่างสาหร่ายสไปรูลิน่าและอาหารชนิดอื่นๆ มีดังนี้
|
สารอาหาร
|
สาหร่าย สไปรูลิน่า (แห้ง)
|
คลอเรลลา
|
ถั่วเหลือง
|
เนื้อวัว
|
ไข่
|
ปลาทู ปลาอินทรี
|
ปริมาณ มาตรฐาน
|
|
โปรตีน
|
69.5-71%
|
40-86%
|
33-35%
|
18-20%
|
10-25%
|
20%
|
|
|
กรดอะมิโน
|
|
ไอโซลิวซีน
|
3.3-3.9
|
3.9
|
1.8
|
0.93
|
0.67
|
0.83
|
4.2
|
|
ลิวซีน
|
5.9-6.5
|
6.01
|
2.70
|
1.7
|
1.08
|
1.28
|
4.8
|
|
ไลซีน
|
2.6-3.3
|
3.9
|
2.58
|
1.76
|
0.89
|
1.95
|
4.2
|
|
เมทไธโอนีน
|
1.3-2.0
|
0.61
|
0.48
|
0.43
|
0.40
|
0.58
|
2.2
|
|
ซีสตีน
|
0.5-0.7
|
0.48
|
0.48
|
0.23
|
0.35
|
0.38
|
4.2
|
|
เฟนนีลอะลานีน
|
2.6-3.3
|
3.00
|
1.98
|
0.86
|
0.65
|
0.61
|
2.8
|
|
ไทโรซีน
|
2.6-3.3
|
2.53
|
1.38
|
0.68
|
0.49
|
0.61
|
0
|
|
ทรีโอนีน
|
3.0-3.6
|
2.30
|
1.62
|
0.86
|
0.59
|
0.99
|
2.8
|
|
ทริปโตแฟน
|
1.0-1.6
|
0.59
|
0.55
|
0.25
|
0.20
|
0.30
|
1.4
|
|
วาลีน
|
4.0-4.6
|
3.30
|
1.86
|
1.05
|
0.83
|
1.02
|
4.2
|
ตัวอย่างวิตามินและโปรตีนในสาหร่ายสไปรูลิน่า จากงานค้นคว้าของ ดร.ดนัย ลิมปดนัย ซึ่งค้นคว้ามาจากงานศึกษาของ Herikson 1997 (1) และ Nakayama 1981 (2)
|
วิตามิน
|
ปริมาณต่อ น้ำหนักแห้ง 100 กรัม
|
แร่ธาตุ
|
ปริมาณต่อ น้ำหนักแห้ง 10 กรัม (1)
|
ปริมาณต่อ น้ำหนักแห้ง 10 กรัม (2)
|
|
เบต้า-แคโรทีน
|
220,000 IU
|
แคลเซียม
|
70
|
13.15
|
|
วิตามิน E
|
10 IU
|
เหล็ก
|
10
|
5.8
|
|
วิตามิน B1
|
3.1 มก.
|
ฟอสฟอรัส
|
80
|
89.42
|
|
วิตามิน B2
|
3.5 มก.
|
แมกนีเซียม
|
40
|
19.15
|
|
วิตามิน B3
|
1.46 มก.
|
สังกะสี
|
0.3
|
0.39
|
|
วิตามิน B6
|
80 ไมโครกรัม
|
เซเลเนียม
|
0.01
|
0.004
|
|
วิตามิน B12
|
320 ไมโครกรัม
|
แมงกานีส
|
0.5
|
0.25
|
|
โฟลาซิน
|
10 ไมโครกรัม
|
|
|
|
|
ไบโอติน
|
5 ไมโครกรัม
|
|
|
|
สารอาหารที่กล่าวมานี้ ล้วนแต่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย กรดอะมิโนบางอย่างร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ แต่มีอยู่ในสาหร่ายสไปรูลิน่า เช่น ไอโซลิวซีน ลิวซีน ไลซีน เมทไธโอนีน เฟนนีลอะลานีน ทรีโอนีน ทริปโตแฟน และวาลีน แต่บางอย่างร่างกายก็สามารถสังเคราะห์ได้เอง เช่น ไทโรซีน ในส่วนของวิตามินและแร่ธาตุนั้น เป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย และอาจหาได้จากอาหารในชีวิตประจำวัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าในการเป็นอาหาร ของสาหร่ายสไปรูลิน่าลดน้อยลงแต่อย่างใด พืชชนิดนี้ยังคงเปี่ยมด้วยคุณค่าอาหาร เหมือนกับที่เคยเป็นมาเมื่อครั้งสมัยโบราณ
ปัจจัยที่ก่อเกิดความแตกต่าง
สายพันธุ์ เนื่องจากสาหร่ายสไปรูลิน่า มีมากถึง 35 สายพันธุ์ ซึ่งมีองค์ประกอบและคุณสมบัติแตกต่างกันไป การเลือกสายพันธุ์ที่ให้คุณค่าสูงมาเป็นเชื้อพันธุ์ ย่อมจะนำมาซึ่งอาหารที่ให้คุณค่ามากกว่าสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติด้อยกว่า
การเพาะเลี้ยง สาหร่ายสไปรูลิน่านั้นมีเทคนิคการเพาะเลี้ยงที่แตกต่างกันตามความชำนาญของผู้ผลิต สาหร่ายสไปรูลิน่ามีสายพันธุ์ที่สามารถเติบโตได้ในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม แต่ที่สำคัญ คือ น้ำที่ใช้เลี้ยงนั้นต้องบริสุทธิ์ เนื่องจากสาหร่ายจะดูดซึมสารปนเปื้อนในน้ำเข้าไปสะสมในร่างกาย
กรรมวิธีการเก็บเกี่ยวและบรรจุ การเก็บเกี่ยวและบรรจุที่แตกต่างกัน จะได้สาหร่ายที่มีคุณค่าแตกต่างกัน วิตามิน และโปรตีนบางชนิดอาจสูญเสียไปกับขั้นตอนต่างๆ กว่าจะมาถึงมือคุณในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ปัจจัยเหล่านี้ เป็นตัวบ่งชี้ความแตกต่างของคุณภาพ ซึ่งไม่มีปัจจัยใดเลยที่ผู้บริโภคจะสามารถพิสูจน์ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องใช้การตรวจสอบในห้องแล็บ จึงจะทราบถึงสารอาหารที่มีอยู่หลังผ่านกระบวนผลิตและบรรจุ ดังนั้น ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตจึงมีความสำคัญอย่างมาก
สารอาหารต่างๆ ที่มีอยู่ในสไปรูลินา มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง
- ท้องผูกเรื้อรัง นำมาซึ่งโรคร้ายต่อมาในภายหลัง
มิสเตอร์ เกรย์ ได้เขียนไว้ในหนังสือ The Colon Health Hand Book ว่า สาหร่ายสไปรูลินาจะช่วยเพิ่มแลคโตบาซิลลัสในลำไส้ซึ่งช่วยย่อยอาหารและดูดซับสารพิษที่ตกค้างในลำไส้ ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวได้ กระตุ้นการบีบ รัดลำไส้ส่วนปลายให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น โรคร้ายต่างๆ มักมีอาการท้องผูกร่วมอยู่เสมอ เช่น โรคหัวใจ ,ความดันโลหิต , โรคอ้วน , หอบหืด , ภูมิแพ้ , มะเร็ง หรือแม้กระทั่งอาการปวดเมื่อย , เวียนศรีษะ , สิว ฝ้า ผิวพรรณหม่นหมอง เป็นต้น
สาหร่ายสไปรูลินา มีสารสีน้ำเงินที่เรียกว่า ไฟโคไซยานิน ซึ่งช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานดีขึ้น ไม่ป่วยง่าย
- เหมาะกับผู้รับประทานมังสวิรัติ
นักมังสวิรัติรับประทานผักเป็นหลัก จึงมักขาดวิตามิน B12 ซึ่งหาได้น้อยมากในพืช อันเป็นต้นเหตุของโรคโลหิตจาง ชนิดเฉียบพลัน (Malignant) B12 ส่วนมากได้จากน้ำปลา , กะปิ , เนื้อสัตว์ และตับ โดยตับจะมีวิตามิน B12 อยู่มาก สำหรับสาหร่ายสไปรูลินามีวิตามิน B12 มากกว่าตับวัวถึง 2.5 เท่า
- มีกรดไขมันจำเป็น GLA (Gamma linolenic acid)
GLA (Gamma linolenic acid) ปกติจะมีมากในนมมารดา และ สาหร่ายสไปรูลินา ประโยชน์ของ GLA มีดังนี้
o ลดคลอเลสเตอรอล
o ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ
o ลดอาการไม่พึงประสงค์ก่อน และหลังมีประจำเดือน
o ป้องกันโรคข้อต่างๆ
- ผู้ที่อยู่ระหว่างการลดน้ำหนัก
สาหร่ายสไปรูลินา มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มากมาย ครบ 5 หมู่ ถูกย่อยและดูดซึมได้ง่าย จึงฟื้นพลังได้ฉับไว
ผู้ที่ลดน้ำหนักโดยรับประทานแป้งให้น้อย , ออกกำลังกายให้มาก , หลีกเลี่ยงอาหารมันๆ จึงเลือกรับประทานสาหร่ายสไปรูลินา เพื่อเสริมส่วนที่ร่างกายขาดหายไปจากการควบคุมอาหาร วิธีนี้น้ำหนักจะลดลงอย่างช้าๆ แต่ร่างกายไม่ทรุดโทรม
สัญญาณแรกของคนเป็นเบาหวาน คือ กระหายน้ำ, ปัสสาวะบ่ยและมีปริมาณมาก ,ขาดสมาธิ ,ง่วงนอนหลังอาหารกลางวัน , หิวบ่อย , น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ การรักษาเบาหวานเบื้องต้น คือ การควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด พร้อมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การใช้สาหร่ายสไปรูลินาเป็นอาหารเสริม ปรากฎว่าปริมาณน้ำตาลใน เลือดของคนไข้ลดลงสู่ปกติใน 60 วัน
- โรคกระเพาะอักเสบ และแผลเปื่อยในกระเพาะ
ศาสตร์จารย์ ดร. โตโมกิชิ ซาไก แพทย์ญี่ปุ่น ให้สาหร่ายแก่คนไข้ที่ทุกข์ทรมานด้วย โรคกระเพาะ , ท้องอืด , ท้องเฟ้อ ปรากฎว่าอาการปวดท้อง , ไม่สบายท้อง หายเป็นปลิดทิ้งในเวลาไม่กี่วัน ทั้งนี้ เพราะคลอโรฟิลล์ที่มีอยู่ในสาหรค่ายสไปรูลินา สามารถสมานแผลและรักษาอาการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหารได้
- โรคโลหิตจาง เนื่องจากขาดธาตุเหล็ก
มักพบผู้ป่วยในเด็ก , คนชรา , สตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษา , พนักงานออฟฟิศ ที่รับประทานอาหารไม่ครบส่วน , ดื่มน้ำอัดลมมากเกินไป , (เสียเลือดเนื่องจากการคลอดบุตร , ผ่าตัด และการมีประจำเดือน แก้ไขโดยการรับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลลอรี่สูง มีโปรตีนและวิตามินมาก รวมทั้งธาตุเหล็ก และ ธาตุอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ส่วนใหญ่มีอยู่พร้อมในสาหร่ายสไปรูลินา
- โรคตา (ต้อกระจก , ต้อหิน , เยื่อเรตินาอักเสบ )
แพทย์ญี่ปุ่น ได้สรุปไว้ว่า การรักษาตาให้ได้ผลดี นอกจากรักษาตามแผนปัจจุบันแล้ว ยังต้องดำเนินชีวิตประจำวัน ให้ถูกต้องตั้งแต่การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ , ไม่ดูทีวี , สวมแว่นกันรังสีแสง , ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เขาได้รักษาคนไข้โดยให้รับประทานยาแผนปัจจุบัน และให้ยาหยอดตาร่วมับให้รับประทานสาหร่ายสไปรูลินา ปรากฎว่าได้ผลดีมากถึง 90%
- ผู้สูงอายุ ดูแลสุขภาพโดยรับประทานสาหร่ายสไปรูลินา
คนญี่ปุ่นอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป มักจะรับประทานสาหร่ายสไปรูลินา วันละ 4 กรัม (ชนิด 200 มก. จำนวน 20 เม็ด)เพื่อทดแทนการขาดสารอาหาร ปรากฎว่าค่ารักษาโรคในโรงพยาบาลของคนญี่ปุ่นมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าคนอเมริกัน
เด็กที่ขาดสารอาหารในชนบทยากจน โตโก (Togo) ได้รับประทานสาหร่ายสไปรูลินา วันละ 10-15 กรัม โดยผสมในอาหาร ปรากฎอาการดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์
สาหร่ายสไปรูลินา อุดมด้วยคลอโรฟิลล์ ซึ่งมีสรรพคุณต่อต้านโรคภูมิแพ้ของร่างกาย
- ความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
ปัจจุบันคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ จากการศึกษาของสถาบันมะเร็งแห่งชาติอเมริกา (NCI) ได้แสดงให้เห็นว่า การรับประทานพืชที่มีเบตาแคโรทีนสูง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทุกชนิด สาหร่ายสไปรูลินา มีเบต้าแคโรทีนอยู่มาก มากกว่าแครอที่ถือว่ามีเบต้าแคโรทีนสูงอยู่แล้ว กว่า 10 เท่า โดยที่เบต้าแคโรทีนมีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ
ผลการศึกษาวิจัยโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติใสหรัฐอเมริกาพบว่าการได้สาร เบต้าแคโรทีนในปริมาณ 6 มิลลิกรัมต่อวันอาจจะนำไปสู่การลดความเสี่ยงในการ เกิดมะเร็ง ท่านสามารถรับประทานเบต้าแคโรทีน 6 มิลลิกรัมอย่างปลอดภัย และโดยสะดวกเพียงแต่รับประทานสาหร่ายสไปรูลินาในปริมาณมาตรฐาน 4 กรัมต่อวัน ท่านก็จะได้วิตามินบี เหล็กและแคลเซียมอย่างพอเพียง ทั้งนี้เพราะการรับประทานสาหร่ายสไปรูลินา4 กรัม จะได้รับปริมาณสารอาหารและแร่ธาตุเทียบเท่ากับหรือมากกว่าการรับประทานผักสดถึง 100 กรัม
- พิษในไต เนื่องจากปรอทและยา
เชื่อกันว่าสารสีน้ำเงินทีมีในสาหร่ายสไปรูลินา ที่เรียกว่า ไฟโคไซยานิน ทำหน้าที่กำจัดพิษ
- สาหร่ายสไปรูลินาช่วยสร้างแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus)
แลคโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่เป็นมิตรแก่มนุษย์นั้นมีประโยชน์ ช่วยในการย่อย และดูดซึมให้ดีขึ้น (better digestion and absorption) ป้องกันการติดเชื้อ (protection from infection) และ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน (stimulation of the immune system)
ตับ เป็นอวัยวะที่ใหญ่ และ สำคัญที่สุดของร่างกาย มีหน้าที่มากมายกว่า 500 อย่างหนึ่งในหน้าที่เหล่านั้น คือ การกำจัดพิษออกจากร่างกาย ทุกวันนี้คนเป็นโรคตับกันมากขึ้นจากสาเหตุการติดเชื้อ การรับประทานอาหารไม่เหมาะสม ดื่มเหล้ามากเกินไป หรือรับประทานยารักษาโรคเป็นเวลานานๆ จากการทดลองของ พาเทค (Pateck) ได้รักษาโรคตับแข็งด้วยอาหารที่มีโปรตีน และ แคลลอรี่สูงๆ ปรากฎว่าได้ผลดีมาก สาหร่าายสไปรูลินา ซึ่งมีโปรตีนชั้นดีอยู่ในปริมาณสูง พร้อมวิตามิน , เกลือแร่ต่างๆ มากมายจึงเหมาะกับการป้องกัน โรคตับได้อย่างดี
ผู้คนรู้สึกมีพละกำลังมากขึ้น , จิตใจแจ่มใสขึ้นหลังจากรับประทานสาหร่ายสไปรูลินาไป ระยะหนึ่ง เพราะสาหร่ายสไปรูลินา มีองค์ประกอบธาตุอาหารต่างๆ สามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างสาร และ ฮอร์โมนเพื่อไปเลี้ยงสมอง อันได้แก่ กรดอะมิโน ครบ 8 ชนิดที่ร้างกายสร้างเองไม่ได้ แต่จำเป็นสำหรับร่างกาย เมื่อสมองได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ ย่อมส่งผลต่อการทำงานชองระบบประสาทต่างๆ ในร่างกาย ให้ทำงานอย่าง มีประสิทธิภาพ จึงดูสดชื่นแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา
ข้อมูลจาก : ห้องปฏิบัติการวิจัยสาหร่ายประยุกต์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 27 ฉบับที่ 3 เมษายน 2546, 7 กรกฎาคม 2004 |