Home สินค้า น้ำมันงาม่อนบริสุทธิ์ เพอริลล่า พลัส 500 มก.

รถเข็น

แสดงรถเข็น
รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

ล็อกอิน






ค้นหา

การชำระเงิน

paysbuy

BAY BBL KBANK KTB SCB TMB

ตรวจสอบสถานะการส่ง EMS

สถิติผู้เข้าชม

ภาษาไทย (Thai)English

PrintE-mail
น้ำมันงาม่อนบริสุทธิ์ arrow เพอริลล่า พลัส 500 มก.


เพอริลล่า พลัส 500 มก.
ดูภาพขยาย


เพอริลล่า พลัส 500 มก.

ราคาต่อหน่วย (piece): ฿ 750.00

สอบถามเกี่ยวกับสินค้า

เพอริลล่า พลัส 1000 มก.

Perilla Plus 1000 mg.

ประกอบด้วย

1.  น้ำมันงาม่อนบริสุทธิ์ ออร์แกนิค จากขบวนการสกัดเย็น ไม่ใช้เฮกเซน หรือสารเคมี

2.  น้ำมันดีเอชเอ สกัดจากสาหร่ายที่เลี้ยงในระบบปิด ไม่ปนเปื้อนสารพิษจากทะเล ไม่ใช้เฮกเซน

หรือเคมีใดๆในขบวนการสกัด

3.  สารสกัดจากดอกดาวเรือง สกัดด้วยระบบไฮเทคโนโลยี่ คงคุณสมบัติของดอกดาวเรือง

เหมาะสำหรับนักมังสวิรัติ หรือผู้ที่แพ้น้ำมันปลา

บรรจุ 60 แคปซูล

วิธีรับประทาน ครั้งละ 1-2 แคปซูล เช้าและก่อนนอน

===========================================================

ดีเอชเอ (Docosahexaenoic Acid หรือ DHA) คือ กรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมก้า-3 ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้จากการรับประทานอาหาร  มีความสำคัญต่อพัฒนาการของสมองและสายตา ตั้งแต่ทารกในครรภ์ไปจนถึงวัยสูงอายุ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าอาหารที่คนส่วนใหญ่บริโภคนั้นมีปริมาณของกรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมก้า-3 โดยเฉพาะ DHA น้อยลง จนทำให้เกิดปัญหาของสมองและสายตาในวัยต่างๆ สมองจึงเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกาย ที่จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงคุณภาพและความฉลาดของแต่ละคน จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า 40% ของกรดไขมันในสมอง และ 60% ของกรดไขมันในประสาทตา คือ DHA ทำให้กรดไขมัน DHA เข้ามีบทบาทที่สำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาสมองและสายตา

หากร่างกายได้รับ DHA ไม่เพียงพอจะมีปัญหาดังนี้

1.  การมองเห็นของทารกลดลง และอาจก่อให้เกิดโรคตาบอดกลางคืนได้

2.  ระดับไอคิว ลดต่ำลง

3. เด็กมีปัญหาเป็นเด็กสมาธิสั้น และขาดการยับยั้งชั่งใจ

4. มีปัญหาการเรียนรู้ช้า ทั้งการเขียนและการอ่าน

5. มีอาการซึมเศร้า

6. เครียด และก้าวร้าว

7. โรคอัลไซเมอร์ และโรคสมองเสื่อม

8. ความสามารถของสติปัญญาลดลงในวัยสูงอายุ

9. จอประสาทตาฝ่อตัวอักเสบ

ในช่วงตั้งครรภ์ ทารกจะได้รับ DHA ผ่านทางรก DHA จะช่วยเพิ่มน้ำหนักตัวและลดความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนด และเมื่อถึงระยะที่สมองเจริญเติบโตสูงสุดในช่วงชีวิต คือ 3 เดือนก่อนและหลังคลอด ทารกจะมีความต้องการ DHA ในปริมาณสูง เพื่อนำไปใช้ในการสร้างและพัฒนาสมอง ระบบประสาท และสายตา จนถึงอายุ 3 ปี จึงถือว่าเป็นโอกาสทองของคุณพ่อคุณแม่ทุกคน ที่จะมอบสารอาหารที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อลูกน้อย เพื่อเตรียมความพร้อมของสมอง และสายตา ที่เป็นต้นทุนสำคัญของลูกน้อย ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆในอนาคต ด้วยเหตุนี้หญิงครรภ์ระหว่าง 25-35 สัปดาห์ และสตรีที่ให้นมบุตร ควรได้รับ DHA ในปริมาณ 300 มิลลิกรัมต่อวัน

จากผลการวิจัยพบว่า พัฒนาการของสมองและสายตาของเด็กที่ได้รับ DHA จะดีกว่าพัฒนาการของสมองและสายตาของเด็กที่ไม่ได้รับ DHA ถึง 4 จุด

และมีการวิจัยทางการแพทย์ ที่ให้หญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ 5 เดือน ขึ้นไป จนถึงช่วงให้นมบุตร ได้รับ DHA ในปริมาณที่เพียงพอ เมื่อนำเด็กกลุ่มนี้มาทดสอบสติปัญญาทางด้านต่างๆ เมื่ออายุครบ 4 ปี พบว่ามีพัฒนาการทางสมองดีกว่าเด็กที่คุณแม่ไม่ได้รับ DHA ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร

เด็กต้องใช้สมองและสายตามากเป็นพิเศษ เพื่อการเรียนรู้ด้านภาษา ฝึกทักษะความคิดต่างๆ เด็กในวัยนี้จึงควรได้รับ DHA ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยบรรเทาความเครียดจากการเรียน ด้วยเหตุนี้นักเรียนในประเทศญี่ปุ่นที่มีการแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยสูง นิยมรับประทาน DHA ก่อนสอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความจำและเสริมสมาธิ

มากกว่านั้นระดับ DHA ในสมองที่สมดุลยังช่วยป้องกันเด็กให้ห่างไกลจากการเป็นโรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder, ADHD) ที่ทำให้เด็กไม่สามารถควบคุมสมาธิและการเคลื่อนไหวของตนเอง จนทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น ผลการเรียนตกต่ำ ถึงแม้ระดับสติปัญญาจะปกติ แต่จะพบปัญหาด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น และเพิ่มโอกาสการเกิดสภาพจิตอื่นๆตามมาในอนาคต เนื่องจากระบบการทำงานของร่างกายเด็กในการเปลี่ยนสาร Alpha - linoleic acid ที่เป็นสารตั้งต้น ไปเป็น DHA ได้เพียง 0.2% ของปริมาณที่ได้รับทั้งหมด จึงทำให้พบว่า 40% ของเด็กที่เกิดโรคสมาธิสั้น จะมีปัญหาของการมีระดับ DHA ในเลือดต่ำ ดังนั้นเด็กวัย 1-12 ปี ควรได้รับปริมาณ DHA อย่างเพียงพอประมาณ 20 มิลลิกรัม ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

DHA เสริมความคิดสร้างสรรค์ของวัยทำงาน
วัยนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคซึมเศร้า (Depression) ที่มีอาการหงุดหงิด ไม่สบายใจ และนอนไม่หลับ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเครียดมากขึ้น สาเหตุหนึ่งเกิดจากสภาวะความกดดันจากการทำงานหรือปัญหาในครอบครัว และอาจเกิดจากการที่ร่างกายมีระดับ DHA ในสมองต่ำกว่าปกติ การได้รับ DHA อย่างเพียงพอในปริมาณ 300 มิลลิกรัมต่อวัน จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะไม่เพียงแต่ป้องกันโรคซึมเศร้า ยังสามารถช่วยคืนความสดชื่นให้กับสมองที่เครียดและอ่อนล้าจากการใช้ความคิด วิเคราะห์และแก้ปัญหาในการทำงาน

DHA ป้องกันการเสื่อมของสมองในผู้สูงวัย
อัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease) เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมสลายของเซลล์สมอง ซึ่งมักเกิดกับผู้สูงอายุ ทำให้เกิดอาการหลงลืม เช่น ลืมชื่อคน ลืมของ ชอบพูดซ้ำๆ บางท่านอาจมีอารมณ์หงุดหงิด จนก้าวร้าวหรือท้อแท้ในชีวิต ซึ่งจากผลการวิจัยในผู้สูงอายุกว่า 1,000 คน เป็นเวลา 10 ปี พบว่าสภาวะดังกล่าวมีสาเหตุจากการที่มีระดับ DHA ในสมองลดต่ำลง ดังนั้นเพื่อป้องกันการเสื่อมของเซลล์สมองในผู้สูงอายุ จึงควรได้รับ DHA อย่างเพียงพอในปริมาณ 500 – 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน







สินค้าในหมวดเดียวกัน

฿ 1,200.00