Home บทความเกี่ยวกับสุขภาพ
ภาษาไทย (Thai)English
บทความทั่วไปเกี่ยวกับสุขภาพ
การดื่มน้ำอย่างถูกวิธี
There are no translations available.

วันนี้คุณดื่มน้ำอย่างถูกวิธีหรือยัง

         ร่างกายของคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ถึง 75% ของน้ำหนักตัว เราอาจจะอดอาหารได้เป็นเดือน ๆ แต่ร่างกายไม่สามารถขาดน้ำได้เกินกว่า 3 -7 วัน การดื่มน้ำอย่างถูกต้อง จะช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดี หัวใจทำงานปกติ และมีประสิทธิภาพแข็งแรงขึ้น ขณะเดียวกันการขับถ่ายของเสียก็ทำงานได้ดี ที่สำคัญยังช่วยให้ใบหน้าชุ่มชื่น มีเลือดฝาด และไม่ปวดหลังหรือบั้นเอว เพราะสุขภาพไตแข็งแรง

         การดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว จะช่วยทำให้ปริมาณไขมันในร่างกายลดลง อาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่น้ำจะเป็นสิ่งสำคัญที่มีส่วนช่วยในการดูแลรูปลักษณ์ แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะต้องดื่มน้ำเพราะความจำเป็น แต่ในความเป็นจริงน้ำเป็น "อาหารอันวิเศษ " ที่ช่วยในการดูแลรูปลักษณ์อย่างถาวร

ต้องดื่มน้ำเพื่อให้ไตทำงาน

         ไตไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเราดื่มน้ำไม่เพียงพอ เมื่อไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ตับก็จะเป็นตัวที่ต้องทำงานหนักขึ้น หน้าที่หลักของตับก็คือ ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายให้เกิดเป็นพลังงาน แต่ตับต้องมาทำหน้าที่ของไต ทำให้มันไม่สามารถทำหน้าที่หลักได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้น้อยลง และยิ่งเพิ่มการสะสมไขมันในร่างกายมากขึ้น และทำให้การดูแลรูปลักษณ์หยุดชะงักลง

 

 

         การดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นการรักษาของเหลวไว้ได้ดีที่สุด เมื่อร่างกายได้รับน้ำน้อยมันจะรับรู้ว่าจะต้องรักษาความอยู่รอดไว้โดยจะต้องรักษาน้ำไว้ทุกหยด ร่างกายจะกักเก็บน้ำไว้ในที่ว่างพิเศษในโพรงเล็กๆ (ภายนอกเซลล์) ซึ่งจะเห็นได้จากอาการบวมที่เท้า มือ และขา การขับปัสสาวะจะช่วยให้ดีขึ้นชั่วคราว และจะบังคับให้ร่างกายเกิดความรู้สึกว่าจะต้องมีน้ำเข้ามากักเก็บไว้พร้อมกับความต้องการสารอาหารที่สำคัญบางชนิด เมื่อร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ อาการที่เกิดขึ้นก็จะหายเป็นปกติ วิธีที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดน้ำในร่างกายก็คือ เราจะต้องดื่มน้ำในปริมาณมากเพื่อที่ร่างกายจะมีน้ำไว้ใช้ยามขาดแคลน หากคุณมีปัญหาร่างกายขาดน้ำ อาจมาจากสาเหตุที่ร่างกายได้รับปริมาณเกลือมากเกินไป ร่างกายของเราจะสามารถรับปริมาณโซเดียมได้จำนวนหนึ่งเท่านั้น แต่การกำจัดปริมาณเกลือที่ทานเข้าไปเกินความต้องการนั้นสามารถทำได้ง่าย เพียงแต่ดื่มน้ำให้มากขึ้น เพราะน้ำจะช่วยให้ไตขับโซเดียมออกมา คนที่มีน้ำหนักมากร่างกายต้องการน้ำมากกว่าคนผอม คนตัวใหญ่จะมีการเผาผลาญที่มากกว่า น้ำจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีน้ำหนักมาก เพราะน้ำเป็นตัวสำคัญที่ช่วยในการเผาผลาญไขมัน น้ำยังช่วยทำให้กล้ามเนื้อของเรามีความชุ่มชื้น และยังทำให้ผิวหนังไม่เหี่ยวย่นหลังจากการดูแลรูปลักษณ์ เซลล์ขนาดเล็กสามารถลอยตัวอยู่ได้ด้วยน้ำ ทำให้ผิวหนังดูเปล่งปลั่งและสดใส ชุ่มชื้น นอกจากนั้นน้ำยังช่วยกำจัดของเสียระหว่างการดูแลรูปลักษณ์ร่างกาย จะมีของเสีย โดยเฉพาะไขมันที่จะต้องกำจัดออก ซึ่งถ้าหากร่างกายมีน้ำเพียงพอก็จะสามารถกำจัดของเสียเหล่านี้ออกมาได้มาก

น้ำช่วยบรรเทาอาการท้องผูก

         น้ำสามารถช่วยไม่ให้ท้องผูก หากร่างกายได้รับน้ำน้อย ทำให้ขับถ่ายลำบาก ซึ่งทำให้เกิดท้องผูก แต่สามารถช่วยให้หายได้ โดยการดื่มน้ำให้เพียงพอ

         ได้มีการค้นพบว่าน้ำมีส่วนช่วยในการดูแลรูปลักษณ์ ร่างกายไม่สามารถทำหน้าที่ได้โดยสมบูรณ์หากได้รับน้ำไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการเผาผลาญไขมันที่สะสม หากร่างกายเก็บน้ำไว้มากจะดูได้จากการที่มีน้ำหนักเกิน แต่แก้ไขได้โดยการดื่มน้ำเพิ่มขึ้น การดื่มน้ำมากขึ้นจะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการดูแลรูปลักษณ์ ดื่มน้ำเท่าไหร่จึงจะพอ? โดยเฉพาะควรดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีน้ำหนักเกินควรดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้นอีก และจะต้องเพิ่มขึ้นอีกหากคนๆ นั้นชอบออกกำลังกายหรืออยู่ในที่ ๆ
มีอากาศร้อนหรือแห้ง น้ำเย็นจะถูกดูดซึมในร่างกายได้เร็วกว่าน้ำอุ่น บางหลักฐานแนะนำว่าการดื่มน้ำเย็นจะช่วยเผาผลาญแคลลอรี่


ดื่มน้ำบำบัดโรค ช่วยอายุยืน

         รายงานทางการแพทย์ระบุว่า การดื่มน้ำมากๆจะทำให้อายุยืน พร้อมสำรวจอาการร่างกายขาดน้ำ ยิ่งถ้าพบว่าผิวหนังแห้ง ไม่ชุ่มชื้น ตาแห้ง มีกลิ่นปาก ท้องผูก เป็นริดสีดวงทวาร นั่นแสดงว่าร่างกายของคุณกำลังขาดน้ำอย่างยิ่งเชียว

“วิธีแก้แบบง่ายๆ ปลอดภัย และประหยัดที่สุดก็คือ การดื่มน้ำนั่นเอง”

ดื่มน้ำให้ถูกวิธี คือ ดื่มวันละ 14 แก้ว ได้แก่

1. เวลาตื่นนอนให้ดื่มน้ำอุ่น 4 แก้ว

2. ก่อนอาหารทุกมื้อ มื้อละ 1 แก้ว

3. หลังอาหารทุกมื้อ มื้อละ 1 แก้ว

4. ในเวลา 10.00, 14.00, 16.00 เวลาละ 1 แก้ว

5. ก่อนนอนดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว

รวม 14 แก้ว

         หลักการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด สามารถทำง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยน้ำที่เหมาะแก่การดื่มคือ น้ำอุณหภูมิปกติไม่ร้อนหรือเย็นจัดจนเกินไป ถ้าเป็นน้ำอุ่นควรดื่มตอนเช้าเพื่อช่วยล้างลำไส้ให้สะอาด และช่วยการขับถ่ายของเสีย

         เทคนิคในการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ ทางการแพทย์บอกว่าถ้าดื่มในช่วงพระอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้าต้องดื่มน้ำอุ่น....แต่ถ้าพระอาทิตย์พ้นขอบฟ้าแล้วให้ดื่มน้ำเย็น เพื่อเป็นการกลับคืนสู่ธรรมชาติที่มนุษย์ทุกคนหลงลืมอิทธิพลของพระอาทิตย์พระจันทร์มานาน ถ้าทำได้ดังที่กล่าวมาประโยชน์จากการดื่มน้ำจะเกิดขึ้นกับร่างกายของคุณอย่างเห็นได้ชัด

ข้อควรจำ : ไม่ควรดื่มน้ำก่อนและหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ ๆ เพราะจะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจางลง ส่งผลให้การย่อยไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ในแต่ละมื้อไม่ควรรับประทานอาหารให้แน่นจนเกินไป ควรทานแค่อิ่มพอดี แล้วรับประทานผลไม้สดเพื่อล้างคอก่อนจะจิบน้ำตามนิดหน่อยรับรองสบายท้อง ส่วนการรับประทานอาหารพร้อมกับดื่มน้ำตลอดเวลาเป็นนิสัยที่ควรเลิก ทางที่ดีควรซดน้ำแกงกลั้วคอจะดีกว่า

 หากสัดส่วนของน้ำในร่างการลดลงเหลือไม่ถึง 20 % ของน้ำหนักตัว เราก็ไม่สามารถอยู่ได้ บางคนคิดว่า หากไม่หิวน้ำก็ไม้ต้องดื่มน้ำ ความจริงคือ การสร้างเซลล์ การขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายและการรักษาความอุ่นของร่างกาย ล้วนต้องการน้ำ น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายมากกว่าอาหาร คนเราสามารถอดอาหารเป็นระยะเวลานานๆ ได้ แต่ร่างกายไม่อาจขาดน้ำได้นานเกินกว่า 4 วัน การดื่มน้ำในแต่ละวันก็ส่งผลต่อสุขภาพของเรา เพราะฉะนั้น การดื่มน้ำอย่างถูกวิธีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ท่านอาจจะกำลังดื่มน้ำแบบผิดวิธีอยู่ก็ได้ค่ะ

ดื่มน้ำน้อยเกินไป ร่างกายก็เหมือนต้นไม้เหี่ยวเฉา

การดื่มน้ำจะช่วยให้ร่างกายได้ขับถ่ายของเสียออกมา แต่ถ้าดื่มน้ำในปริมาณที่น้อยกว่าความต้องการของร่างกาย ผิวหนัง ผิวกายและเส้นต่างๆ ก็จะตึง เพราะเลือดจะข้นมาก ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น โดยการสูบฉีดเลือดจะเป็นไปอย่างยากลำบาก การส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จะทำงานช้าลง แต่ถ้าได้รับน้ำในปริมาณที่พอเหมาะน้ำก็จะเข้าไปรวมตัวกับเลือด เพื่อให้เลือดลดความข้น หัวใจก็สามารถสูบฉีดเลือดได้สะดวก การนำไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายก็ง่ายขึ้น การรอจนกระทั่งรู้สึกกระหายน้ำมากแล้วค่อยดื่มน้ำ ค่อนข้างจะสายไปหน่อยเพราะขณะนั้นร่างกายได้ขาดน้ำค่อนข้างหนักจนอาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเซลในร่างกายค่ะ

ดื่มน้ำมากเกินไป ร่างกายก็เหมือนแก้วน้ำล้น

หลายคนคงเข้าใจว่า เมื่อร่างกายต้องการน้ำจึงดื่มน้ำในปริมาณที่มากเกินไป ผลที่ตามมาก็คือ เกิดอาการท้องอืด ปัสสาวะบ่อย แล้วสีของปัสสาวะก็จะใส ซึ่งการปัสสาวะที่อยู่ในระดับปกติจะออกสีเหลืองอ่อน และถ้าขาดน้ำ ปัสสาวะจะมีสีเหลืองเข้ม และเมื่อปัสสาวะบ่อยๆ นานๆ เข้า ทั้งยังไม่ยอมลุกไปเข้าห้องน้ำอีกหรือชอบกลั้นปัสสาวะ ก็จะเกิดอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้

ดื่มน้ำให้พอเหมาะกับความต้องการของร่างกายดีที่สุด

การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยระบบขับถ่ายทำงานอย่างเป็นปกติ ลดอาการท้องผูก เพราะน้ำจะเข้าไปช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อของเรามีความชุ่มชื้น ผิวหนังดูสดใสเปล่งปลั่ง ใบหน้ามีเลือดฝาด ยังช่วยในการเผาผลาญไขมันที่ต้องกำจัด เพราะไตทำงานได้ดีและเป็นปกติ

ดื่มน้ำบรรจุขวดบ่อยๆ ทำให้ขาดแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกาย

น้ำดื่มบรรจุขวด มักจะเป็นน้ำที่ผ่านกระบวนการกลั่นกรอง ฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย จนกลายเป็นน้ำที่สะอาดมาก แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้สารแคลเซียม แมกนีเซียมและสารอื่นๆ รวมทั้งแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างการหายไปหมด ดื่มบ่อยๆ จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะไม่ดีต่อผู้สูงอายุและเด็ก จะทำให้เป็นโรคขาดสารอาหารได้ง่าย จึงไม่ควรดื่มบ่อยๆ ส่วนน้ำแร่นั้น เนื่องจากมีแร่ชนิดต่างๆ เช่น แคลเซีนม แมกนีเซียมและธาตุอื่นๆ กว่าหลายสิบชนิด จึงสามารถเพิ่มสารต่างๆ ที่ร่างกายมักจะขาด แต่หากร่างกายมีสารเหล่านี้ครบสมบูรณ์แล้ว ก็ไม่ควรดื่มน่ำแร่อีก และการดื่มน้ำแร่ไม่ควรต้มให้เดือด เพราะเมื่อสารแคลเซีนมและแมกนีเซียมในน้ำเจอความร้อนก็จะกลายเป็นสารตะกอน ไม่เพียงแต่ทำให้สูญเสียสารที่เป็นประโยชน์ หากยังทำให้เวลาดื่มน้ำติดคอด้วย และสิ่งสำคัญที่ต้องเตือนคือ ไม่ควรให้เด็กน้อยดื่มน้ำแร่ เพราะระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายของเสียของทารกยังไม่สมบูรณ์ การดื่มน้ำแร่จะเพิ่มภาระของไตในการกรองสารต่างๆ ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเด็ก

การดื่มน้ำที่เดือดแล้วเดือดอีกทำให้สารพิษตกค้างในร่างกาย

น้ำที่ผ่านการต้มเดือดแล้วเป็นน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยที่สุด แต่น้ำที่เดือดแล้วเดือดอีก เช่น น้ำที่ต้มในกระติกไฟฟ้าแบบต้มน้ำอัตโนมัติ ปริมาณของเกลอไนเตรทในน้ำจะเพิ่มขึ้น ดื่มมากจะเกิดอาการท้องเสียหรือท้องอืด และทำให้สารฮีโมโกลบินหรือโปรตีนสีแดงไม่สามารถผสมและแยกตัวออกจากออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ได้จนเกิดอาการขาดออกซิเจน กระทั่งส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ระบบขับถ่ายปัสสาวะและระบบการสร้างเซลเม็ดเลือด ดังนั้น เมื่อต้มน้ำเดือดแล้ว ควรดึงปลั๊กไฟออก ดื่มจนหมดแล้วค่อยต้มใหม่ อย่าปล่อยให้น้ำถูกต้มแล้วต้มอีกค่ะ

ดื่มน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิร่างกายดีที่สุด

บางคนชอบดื่มน้ำร้อน ซึ่งอาจจะทำลายเยื่อบุช่องปากและทางเดินอาหาร เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรค น้ำต้มที่มีอุณหภูมิใกล้เคียงหรือต้ำกว่าอุณหภูมิร่างการนิดหน่อย เช่น ประมาณ 30 ºc จะดีต่อสุขภาพ และไม่ทำให้ช่องปากเป็นแผลผุพองเนื่องจากน้ำร้อนเกินไป นอกจากนี้ น้ำที่เย็นจัดก็ไม่ดีต่อสุขภาพเช่นกัน จะทำให้เส้นเลือดที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารหดตัวลง กว่าเซลล์จะปรับตัวและขยายตัวเพื่อดูดซึม ต้องใช้เวลานานพอสมควรในการปรับอุณหภูมิก่อนดูดซึม จึงมักเกิดอาการจุกหน้าอกเมื่อกระหายน้ำ ขณะที่ดื่มน้ำธรรมดาที่อุณหภูมิ 30-35 ºc ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ในระบบหมุนเวียนเลือดได้เลย และงานวิจัยพบว่าการดื่มน้ำเย็นจัดมากเกินไปในยามที่ร่างกายไม่ได้เกิดความรู้สึกกระหายน้ำ จะทำให้ขีดความสามารถในการทำงานของสมองลดลงไปทันที มีผลกระทบต่อการขับรถ หรือทำงานที่ต้องใช้สมอง หรือความคิดมาก ๆ โดยน้ำเย็นจัดเพียงแค่แก้วเดียวก็มากพอที่จะทำให้สมรรถภาพทางจิตใจของบางคนลดลงไปถึง 15% อีกด้วย

 http://www.kruharn.com

http://Thai.cri.cn